วันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา ครั้นจะอยู่บ้านเฉยๆคงไม่เหมาะเท่าไร..
ผมเลยเดินทางไปทำบุญแบบส่วนตัวที่วัดอโศการาม..
(นั่งรถจากแถวบ้านที่ดอนเมือง.. ไปยังวัดที่อยู่เขต จ.สมุทธปราการ โอ้.. ไกลลิบ)
อนุสาวรีย์พระเจ้าอโศกมหาราช.. บางคนอาจจะงงว่าทำไมเขาทำออกมาดูเหมือนชาวโรมัน-เปอร์เซียพิกล
อันนี้อาจจะมีอิทธิพลจากหนังที่ทำกันในยุคปัจจุบันก็ได้..
เพราะคนทำหนังเป็นแขกอินเดีย.. เลยต้องใช้คนแสดงหน้าตาแขกๆนี่นะ (ว่ากันซื่อๆ เหอ เหอ..)
งั้นมาย้อนอดีตนิดนึง จากที่ผมเคยอ่านเจอ และหาจากในเน็ตก็พบว่า..
ปู่ของพระเจ้าอโศกมหาราช.. เดิมทีเป็นหนึ่งในแม่ทัพนายกองที่ร่วมรบกับพระเจ้าอเลกซานเดอร์ฯด้วย..
เขามีชื่อว่า พระเจ้าจันทรคุปต์ ..
ต่อมา..อย่างที่รู้ๆกัน..พระเจ้าอเลกซานเดอร์ก็ตรอมใจตาย (เพราะอะไรหนอ..)
เหล่าทหารที่เคยรบกันมา และปกครองดูแลแว่นแคว้นต่างๆ จึงตั้งตนเป็นอิสระและสู้รบแย่งอาณาจักรกันอุตลุต..
พระเจ้าจันทรคุปต์ หลังจากแพ้ยับไปในหนแรก.. ท่านก็ถอยไปตั้งหลักใหม่ และกลับมามีชัยชนะในก๊อกสอง..
ครองอาณาจักรมคธสมใจ.. (ปัจจุบันอยู่ในเขตทางตอนเหนือของอินเดีย)
ต่อมาท่านก็มีบุตรหลายคนมากๆ (บางที่บอกว่าร่วม 100 คน.. )
หนึ่งในนั้นคือพระบิดาของพระเจ้าอโศกมหาราชชื่อว่า พระเจ้าพินทุสาร ทำการปกครองอาณาจักรต่อไป
วันเวลาผ่านไป.. เมื่อท่านเสด็จสวรรณคต.. เหล่าบุตรชายของท่านจังอยากขึ้นครองราชย์แทน..
หนึ่งในบุตรชายของท่านมีชื่อว่า "พระเจ้าอโศกมหาราช" นั่นเอง
จะว่าไปท่านก็มีความเกี่ยวข้องกับ พระเจ้าอเลกซานเดอร์มหาราช นิดนึงละ
อ้อ.. และเหตุนี้เองจึงสันนิษฐานได้ว่า ต้นตระกูลของท่านไม่ใช่คนอินเดียตั้งแต่กำเนิด..
แต่น่าจะมาจากทางเปอร์เซียมากกว่า จึงมีลักษณะใบหน้าแบบที่เรียกกันว่า "แขกขาว"
(คือ.. ออกไปทางฝรั่งนิดๆ แต่ก็ผสมทางเอเซียกลางด้วย)
หลังจากสถาปนาตัวเองปกครองแคว้นมคธ.. พระเจ้าอโศกมหาราช ก็สู้รบขยายเขตแดนไปมากมาย..
อุปนิสัยของท่านได้ถูกบันทึกไว้ว่า.. ทั้งดุดัน และโหดร้าย อย่างที่ไม่มีใครกล้าคัดค้านท่านเลยทีเดียว..
กระทั่งการสู้รบครั้งหนึ่งกับศัตรูตัวฉกาจที่ทัดเทียมกันทั้งกำลังพลและแสนยานุภาพ..
พระเจ้าอโศกมหาราช.. สามารถเอาชนะได้ แต่ก็เสียกำลังพลไปมากมาย..
อีกทั้งเหล่าเชลยศึกฝ่ายตรงข้ามที่พ่ายแพ้ ถูกฆ่าตายมากมายก่ายกอง..
ศพที่เกลื่อนกลาดต่อสายตาของท่าน จึงทำให้ท่านถึงกับสลดสังเวชอย่างรุนแรง..
ท่านจึงหันมาหาที่พึ่งทางใจ และตัดสินใจนับถือศาสนาพุทธ..
หลังจากที่ได้รับการอบรมชี้ทางสว่างโดย นิโครธสามเณร..
(บางแห่งระบุว่า นิโครธสามเณร คือบุตรชายของพี่ชายต่างมารดาของพระเจ้าอโศกมหาราช.. และเป็นพี่ชายที่เปิดศึกสายเลือกแย่งชิงบัลลังก์ต่อจากพระบิดา แต่สุดท้าย พระเจ้าอโศกมหาราช ก็เป็นฝ่ายชนะ .. ทว่า นิโครธสามเณร ก็ออกผนวชและมีดวงตาเห็นธรรมแต่แรกแล้ว)
เมื่อเลื่อมในในพุทธศาสนา.. พระเจ้าอโศกมหาราช ก็ปกครองบ้านเมืองอย่างเป็นธรรม ฟื้นฟูสถานที่สำคัญในสมัยพระพุทธเจ้ามากมาย
นอกจากนี้ยังได้ส่งพระเถระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไปเผยแผ่ศาสนาพุทธยังที่ต่างๆ..
มีพระเถระสององค์ชื่อว่า พระโสณะ และ พระอุตตระ ที่เดินทางมายังดินแดนสุวรรณภูมิ..
ซึ่งคือดินแดนแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน.. รวมถึงประเทศไทยเรานี่เอง
ธรรมของพระพุทธเจ้าที่มาถึงเขตแดนประเทศไทยเราได้ ก็เพราะ พระเจ้าอโศกมหาราช นี่ล่ะครับ 
=====================================
ปล. ปกติมักจะรู้กันอยู่แล้วว่า วันอาสาฬหบูชา คือวันที่ศาสนาพุทธมีรัตนตรัยครบทั้งสามคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เลยลองเอาอีกแง่มุมหนึ่งมาบอกเล่าบ้างน่ะครับ อาจจะใช้ภาษาพื้นๆก็ขออภัยด้วย แต่ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่แต่อย่างใด
ปล. 2 ที่ตั้งของวัดอโศการามครับ..
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
edit @ 7 Jul 2009 19:27:03 by ข่าน