2009/Jul/07

วันนี้เป็นวันอาสาฬหบูชา ครั้นจะอยู่บ้านเฉยๆคงไม่เหมาะเท่าไร..

 

ผมเลยเดินทางไปทำบุญแบบส่วนตัวที่วัดอโศการาม..

 

(นั่งรถจากแถวบ้านที่ดอนเมือง.. ไปยังวัดที่อยู่เขต จ.สมุทธปราการ โอ้.. ไกลลิบ)

 

 

อนุสาวรีย์พระเจ้าอโศกมหาราช.. บางคนอาจจะงงว่าทำไมเขาทำออกมาดูเหมือนชาวโรมัน-เปอร์เซียพิกล

 

อันนี้อาจจะมีอิทธิพลจากหนังที่ทำกันในยุคปัจจุบันก็ได้..

 

เพราะคนทำหนังเป็นแขกอินเดีย.. เลยต้องใช้คนแสดงหน้าตาแขกๆนี่นะ (ว่ากันซื่อๆ เหอ เหอ..)

 

งั้นมาย้อนอดีตนิดนึง จากที่ผมเคยอ่านเจอ และหาจากในเน็ตก็พบว่า..

 

ปู่ของพระเจ้าอโศกมหาราช.. เดิมทีเป็นหนึ่งในแม่ทัพนายกองที่ร่วมรบกับพระเจ้าอเลกซานเดอร์ฯด้วย..

 

เขามีชื่อว่า พระเจ้าจันทรคุปต์ ..

 

ต่อมา..อย่างที่รู้ๆกัน..พระเจ้าอเลกซานเดอร์ก็ตรอมใจตาย (เพราะอะไรหนอ..)

 

เหล่าทหารที่เคยรบกันมา และปกครองดูแลแว่นแคว้นต่างๆ จึงตั้งตนเป็นอิสระและสู้รบแย่งอาณาจักรกันอุตลุต..

 

พระเจ้าจันทรคุปต์ หลังจากแพ้ยับไปในหนแรก.. ท่านก็ถอยไปตั้งหลักใหม่ และกลับมามีชัยชนะในก๊อกสอง..

 

ครองอาณาจักรมคธสมใจ.. (ปัจจุบันอยู่ในเขตทางตอนเหนือของอินเดีย)

 

ต่อมาท่านก็มีบุตรหลายคนมากๆ (บางที่บอกว่าร่วม 100 คน.. )

 

หนึ่งในนั้นคือพระบิดาของพระเจ้าอโศกมหาราชชื่อว่า พระเจ้าพินทุสาร ทำการปกครองอาณาจักรต่อไป

 

วันเวลาผ่านไป.. เมื่อท่านเสด็จสวรรณคต.. เหล่าบุตรชายของท่านจังอยากขึ้นครองราชย์แทน..

 

หนึ่งในบุตรชายของท่านมีชื่อว่า "พระเจ้าอโศกมหาราช" นั่นเอง

 

จะว่าไปท่านก็มีความเกี่ยวข้องกับ พระเจ้าอเลกซานเดอร์มหาราช นิดนึงละ

 

อ้อ.. และเหตุนี้เองจึงสันนิษฐานได้ว่า ต้นตระกูลของท่านไม่ใช่คนอินเดียตั้งแต่กำเนิด..

 

แต่น่าจะมาจากทางเปอร์เซียมากกว่า จึงมีลักษณะใบหน้าแบบที่เรียกกันว่า "แขกขาว"

 

(คือ.. ออกไปทางฝรั่งนิดๆ แต่ก็ผสมทางเอเซียกลางด้วย)

 

หลังจากสถาปนาตัวเองปกครองแคว้นมคธ.. พระเจ้าอโศกมหาราช ก็สู้รบขยายเขตแดนไปมากมาย..

 

อุปนิสัยของท่านได้ถูกบันทึกไว้ว่า.. ทั้งดุดัน และโหดร้าย อย่างที่ไม่มีใครกล้าคัดค้านท่านเลยทีเดียว..

 

กระทั่งการสู้รบครั้งหนึ่งกับศัตรูตัวฉกาจที่ทัดเทียมกันทั้งกำลังพลและแสนยานุภาพ..

 

พระเจ้าอโศกมหาราช.. สามารถเอาชนะได้ แต่ก็เสียกำลังพลไปมากมาย..

 

อีกทั้งเหล่าเชลยศึกฝ่ายตรงข้ามที่พ่ายแพ้ ถูกฆ่าตายมากมายก่ายกอง..

 

ศพที่เกลื่อนกลาดต่อสายตาของท่าน จึงทำให้ท่านถึงกับสลดสังเวชอย่างรุนแรง..

 

ท่านจึงหันมาหาที่พึ่งทางใจ และตัดสินใจนับถือศาสนาพุทธ..

 

หลังจากที่ได้รับการอบรมชี้ทางสว่างโดย นิโครธสามเณร..

 

(บางแห่งระบุว่า นิโครธสามเณร คือบุตรชายของพี่ชายต่างมารดาของพระเจ้าอโศกมหาราช.. และเป็นพี่ชายที่เปิดศึกสายเลือกแย่งชิงบัลลังก์ต่อจากพระบิดา แต่สุดท้าย พระเจ้าอโศกมหาราช ก็เป็นฝ่ายชนะ .. ทว่า นิโครธสามเณร ก็ออกผนวชและมีดวงตาเห็นธรรมแต่แรกแล้ว)

 

เมื่อเลื่อมในในพุทธศาสนา.. พระเจ้าอโศกมหาราช ก็ปกครองบ้านเมืองอย่างเป็นธรรม ฟื้นฟูสถานที่สำคัญในสมัยพระพุทธเจ้ามากมาย 

 

นอกจากนี้ยังได้ส่งพระเถระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไปเผยแผ่ศาสนาพุทธยังที่ต่างๆ..

 

มีพระเถระสององค์ชื่อว่า พระโสณะ และ พระอุตตระ ที่เดินทางมายังดินแดนสุวรรณภูมิ..

 

ซึ่งคือดินแดนแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน.. รวมถึงประเทศไทยเรานี่เอง

 

ธรรมของพระพุทธเจ้าที่มาถึงเขตแดนประเทศไทยเราได้ ก็เพราะ พระเจ้าอโศกมหาราช นี่ล่ะครับ

=====================================

 

ปล. ปกติมักจะรู้กันอยู่แล้วว่า วันอาสาฬหบูชา คือวันที่ศาสนาพุทธมีรัตนตรัยครบทั้งสามคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เลยลองเอาอีกแง่มุมหนึ่งมาบอกเล่าบ้างน่ะครับ  อาจจะใช้ภาษาพื้นๆก็ขออภัยด้วย แต่ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่แต่อย่างใด

 

ปล. 2  ที่ตั้งของวัดอโศการามครับ..

 


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

edit @ 7 Jul 2009 19:27:03 by ข่าน

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ไปไกลจิงนะเฮียbig smile
#1  by  Ojisama At 2009-07-07 20:22, 
Hot! Hot!
#2  by  wesong At 2009-07-07 21:11, 
วันนี้สาระแน่นปึ้ก เคยเรียนตอนอยู่มัธยม ตอนนี้ลืมๆไปหมดแล้วล่ะค่ะsad smile
#3  by  SweetPuff At 2009-07-07 23:27, 
อิ่มบุญ
#4  by  กรรมกรไซเบอร์ At 2009-07-07 23:44, 
ความรู้ล้วนๆ
#5  by  เฉาก๊วย At 2009-07-08 10:40, 

<< Home