วันศูกร์ที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมาผมมีโอกาสลองไปเยี่ยมชม "มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้"
ขึ้นชื่อว่าพิพิธภัณฑ์ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อๆ.. นึกถึงสมัยที่เราโดนอาจารย์บังคับให้ไปทำรายงานวิชาสังคม.. มีแต่ของเก่าๆวางโชว์ พร้อมตัวหนังสือแสดงรายละเอียดยาวเป็นพรืดอยู่ใกล้ๆ..
แต่ที่นี่ไม่ใช่แล้วครับ ด้วยความที่ผู้จัดคงตระหนักดีถึงจุดนี้ เขาจึงแสดงความไทยในแง่มุมต่างๆผ่านการนำเสนอที่น่าสนใจยิ่งขึ้น มีการนำเทคโนดลยีบางอย่างมาประกอบการนำเสนอ ทำให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมในชมเนื้อหาสาระไปในตัว เพิ่มความน่าสนใจในการรับรู้สาระต่างๆที่มีอยู่รายรอบงาน
สถานที่จัดคือ อาคารกระทรวงพาณิชย์เก่า - อยู่ตรงข้ามโรงเรียนราชบพิธ ก่อนถึงโรงเรียนราชินี ติดกับฟากไกลของวัดโพธิ์ คลิกเผื่อดูแผนที่ได้ครับ >> http://www.ndmi.or.th/map.gif
** โหลดเยอะหน่อยนะครับ นี่ขนาดตัดทอนแล้วนะนี่.. เหอ เหอ **
บริเวณหน้าที่จัดงาน ตึกดูเก่าๆขนาดไม่ใหญ่มาก แต่พอเข้าไปชมข้างในนี่ เดินได้นานทีเดียว
ห้องแรกที่เข้าไปคือ การฉายวีดีโอสั้นๆเกริ่นนำเรื่องราวและสาระในส่วนต่อๆไปของพิพิธภัณฑ์ โดยมีคำถามเริ่มต้นสำหรับผู้เยี่ยมชมว่า "อะไรคือไทยแท้ ?"
เห็นโค้งๆนั่นคือจอภาพครับ ทำออกมาซะสวยเชียว
เนื้อหาการส่วนตัดแสดงนับว่าหลากหลายครับ ไม่ใช่การยกยอคนไทยซะเลิศเลอ บางส่วนยังแอบกัดๆจิกๆอุปนิสัยแบบ ไทย๊ ไทย บางส่วนด้วย..
ต่อเป็นห้องเล็กๆแสดงความเป็นไทยในแบบร่วมสมัย มีสิ่งละอันพันละน้อยประกอบเข้าด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องเป็น "ไทยแท้" 100% แต่เกิดจากการปะรติดประต่อกันทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติที่หลากหลาย
แล้วอะไรล่ะคือ "ไทยแท้" ? คำตอบอาจจะมีในส่วนต่อๆไป ที่จะเล่าเรื่องราวไปเรื่อยๆครับ
ขึ้นมาที่ชั้น 3 เนื้อหาจะเริ่มเกี่ยวกับดินแดนที่เรียกว่า "สุวรรณภูมิ" ซึ่งหมายถึงอาณาเขตรอบๆบริเวณเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบัน แสดงความเก่าแก่และวิถีชีวิตของคนโบราณแต่ดั้งเดิม ความเชื่อเรื่องภูติผีที่มีอยู่มากมายในสมัยนั้นที่ศาสนายังไม่ปรากฎตัวขึ้นชัดเจน
ที่จริงห้องนี้น่าสนใจตรงภาพแสดงวิถีชีวิตของคนโบราณที่จะฉายขึ้นมาที่เราเดินเข้าไปใกล้ๆ รวมถึงเกมเล็กๆน้อยๆให้เราเป็นเสมือนนักขุดค้นโบราณวัตถุค่อยใช้แปรงปัดบนหน้าจอ แล้วโบราณวัตถุนั้นก็จะปรากฎขึ้นมาทีละน้อย จนอธิบายให้เรารู้ว่าวัตถุนั้นๆคืออะไร
ต่อมาเป็นส่วนจัดแสดงให้เห็นวิถีชีวิตแบบไทยโบราณที่เริ่มจะมีอารยธรรม ความเป็นอยู่ การค้าขาย การผสมผสานทางเชื้อชาติมากยิ่งขึ้น ไล่เรียงมาจนถึงสิ่งปลูกสร้างและพัฒนามาเป็นยุคการใช้โลหะ
ผู้คนที่หลากหลายต่างเชื้อชาติ และ สาขาอาชีพ มีหน้าที่ต่างๆกันไปในสังคมยุคนั้น แสดงผ่านตัวละคร Animation (ออกแบบน่ารักดีครับ อิ อิ) เพียงเอามือวางบนรูปก็มีจะมี Animation สั้นๆ ขนาดเล็กๆ แสดงให้เป็นบนแผนที่ขนาดใหญ่ข้างล่าง
ห้องต่อมาคือห้องแสดง "พุทธปัญญา" ซึ่งมีอยู่มากมายในสังคมคนไทย ที่จริงห้องจะจัดแสงมืดๆนิดนึง เล่นแสงสวยงามดีครับ แต่ผมถ่ายแบบใช้แฟลชเพื่อให้เห็นว่าในห้องมีอะไรบ้าง
ที่เห็นรูปกลีบดอกบัวคือการส่องแสงลอดออกมาจาโคนเสาสะท้อนอยู่บนพื้นครับ ตรงนี้สวยงามดี เข้าใจทำทีเดียว
ส่วนบนเสาก็จะมีการแสดงบทธรรมบางส่วนซึ่งดูเหมือนจะซับซ้อนสักนิด แต่ก็มีการเปรียบเทียบกับนิทานได้ดีพอสมควร เกี่ยวกับเรื่องการเกิด-ดับ ของสังขาร ตลอดจนภพชาติของคนเรา
ห้องต่อมามาจนถึงสมัยอยุธยาฯ แท้จริงแล้วอยุธยาฯเป็นเมืองที่มีความเจริญมาก่อนบ้างแล้ว นับตั้งแต่สมัยสุโขทัย แล้วค่อยถูกยกเป็นเมืองหลวงใหม่ในภายหลัง เนื้อหาจะแสดงการค้าขายที่หลากหลายยิ่งขึ้น ชนชาติที่ผสมผสานมากมาย รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างที่งดงาม
อีกสิ่งที่โดดเด่นในสมัยอยุธยาฯคือการสู้รบ ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ทั้งศึกนอก ศึกใน ของแคว้นอโยธยา วุ่นวายไปหมด
ในห้องจะมีเกมยิงปืนใหญ่ให้เล่นครับ
ขยับได้ซ้าย-ขวา แล้วกดปุ่มบนตัวปืนใหญ่ 2 ที (คล้ายๆ ปังย่า ล่ะน่อ) กะน้ำหนักความแรงดีๆแล้วยิงใส่คู่ต่อสู้บนจอด้านหน้า นอกจากนี้แล้วยังมีเกมจับคู่ "รูปแบบการจัดทัพ" โดยแสดงให้เห็นว่า การจัดทัพนั้นมีรูปแบบใดบ้าง และแต่ละแบบมีวิธีแก้ทางกันอย่างไร ก็สนุกดีครับ
ส่วนนี้จะแสดงแผนที่ประเทศไทยในยุคสมัยต่างๆ ซึ่งยุคแรกๆแผนที่จะกระจุกกันมากเนื่องจากผู้ทำแผนที่ (ฝรั่งยุคเก่าๆ) อาศัยแค่คำบอกเล่าเท่านั้น จนเมื่อมีการเดินทางมาจริงๆก็มีการทำแผนที่ภูมิประเทศที่ใกล้เคียงของจริงขึ้นเรื่อยๆ
ห้องสีแดงๆคือการนำเสนอบทบาทของผู้สร้าง "กรุงเทพฯ" เมืองหลวงปัจจุบันของประเทศไทย จากความร่วมมือของหลายเชื้อชาติไม่ได้มีแค่คนไทยเท่านั้น ถ้าอยากรู้ว่าแต่ละชนชาตินั้นเขามีส่วนร่วมยังไง ก็เปิดบานหน้าต่างดูได้ครับ จะมีภาพและเสียงบรรยายอย่างละเอียดเลยทีเดียว ส่วนสิ่งก่อสร้างรวมถึงวัดวาอารามหลายแห่งจะอิงรูปแบบจากทาง อยุธยาฯ พอสมควร
ยุคสมัยของ "กรุงเทพฯ" ที่เจริญขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นแผนที่ของกรุงเทพฯในสมัยก่อน มาจนถึงยุคเปลี่ยนแปลงการปกครองและวัฒนธรรม เปิดรับความเป็น "อารยะ" จากประเทศทางตะวันตกมากขึ้นเรื่อยๆ
อันนี้ภาพรณรงค์เรื่องการแต่งตัวแบบมี "อารยะ" ในยุคสมัย จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม น่าขำดีครับ การแต่งตัวในสมับปัจจุบันกลับย้อนกลับนิดๆแฮะ นับวันเสื้อผ้าจะโชว์เนื้อหนังกันมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว เหมือนการแต่งตัวแบบ "อย่าทำ" ในสมัยนั้นไม่น้อยเลย
ส่วนถัดมามีการจำลองห้องอ่านข่าวของ "ช่อง 4" (ซึ่งปัจจุบันพัฒนาและเปลี่ยนมาเป็น ช่อง 9 ในปัจจุบัน) เมื่อเราขึ้นไปยืนที่แท่นและอ่านข่าว สักพักก็จะมีภาพออกมาทาง TV ให้เห็น สนุกไปอีกแบบครับ
ความบันเทิงต่างๆที่อิงรูปแบบจากฝรั่งทางตะวันตกก็มีบทบาทขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากการจัดแสดงจำลองภาพผับ-บาร์ ของยุคนั้น (สีสันฉูดฉาดมาก)
เนื่องจากผมเป็นคนที่สนใจเรื่องรถยนต์.. ถ้าได้ไปเกิดในสมัยนั้น.. ภาพน่าจะออกมาราวๆนี้ (อุ อุ)
ห้องนี้ไม่มีอะไรมาก แต่เหมือนจะแอบถามเรานิดๆว่า หลังจากเดินดูความเป็นมาแบบไทยๆมามากแล้ว สิ่งเหล่านั้นมีผลหรือแตกต่างกันอย่างไรกับความคิดอันหลากหลายของผู้คนในยุคปัจจุบัน แสดงเป็นภาพเล็กที่อยู่รายรอบห้อง
ห้องนี้นับว่าเก๋ดีครับ เขาจะให้เราเขียนความคิดของเราเองบนหน้าจอ (บน Tablet) จากนั้นให้ไปยินใกล้หน้าจอภาพสีขาวจนเงาของเราฉายอยู่บนจอ จากนั้นไม่นาน ความคิดที่เราเขียนลงไปนั่น จะลอยขึ้นมาใกล้ๆเงาของเราครับ ไอเดียแปลกดี
ในภาพคือความคิดของสาวน้อยคนหนึ่ง (ใครหว่า..) อยากให้คนไทยมีข้าวกินกันถ้วนหน้า แหม่.. คิดไปได้
ก็หมดเท่านี้น่ะครับที่ผมเอามาลง Blog ที่จริงเนื้อหาภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีมากกว่านี้อีก แต่ผมเอามาให้ดูแบบย่อๆ รวมไปถึงการนำเสนอบางส่วนที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ชมกัน
นับว่าน่าชื่นชมครับ
กับการนำเสนอวิถีความเป็นมาแบบไทยๆในอีกแง่มุมหนึ่ง ใช้เทคโลโลยีและการออกแบบที่ดีทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับเนื้อหาที่เขานำมาจัดแสดง ไม่ทำให้น่าเบื่อแม้แต่น้อยครับ ถ้าใครมีเวลาก็อยากให้ลองไปชมกันได้ ช่วงนี้เขายังไม่คิดค่าเข้าชมครับ ไปกันได้ฟรีๆ
ปล. แถมๆ.. หลังจากเดินจนหิวได้ที่ ผมก็ไปกินร้านญี่ปุ่นที่ร่ำลือกันเล็กน้อยอยู่ใกล้ ถ.ข้าวสาร นั่นคือร้านซากุระ นั่นเอง หลังจากไปถึงก็พบว่าตรอกทางเข้าไม่ได้น่ากลัวแบบแต่ก่อนแล้วครับ เหมือนเขาเพิ่งทาสีใหม่ แต่ก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อยเสียทีเดียว แต่ว่า.. ลิฟท์ยังเก่าโคตรพ่อเหมือนเดิม เหอ เหอ
ไปถึงก็บ่ายๆละ ร้านเลยโล่งๆมีคนญี่ปุ่นนั่งกิน นั่งคุยกัน 1 โต๊ะ
อร่อยดี ราคาไม่แพง ก็คุ้มค่าครับถ้าเทียบไปแล้ว
บรรยากาศในร้าน
และทิ้งท้ายจริงๆ เนื่องจากไกด์ที่รักเห็นว่าอยู่ไม่ไกลกันนักเลยพาผมไปดูงานศิลปะที่ "พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ-หอศิลป์" เป็นที่สุดท้ายก่อนกลับบ้าน ถ่ายแต่ด้านนอกนะครับ เนื่องจากภาพงานศิลปะข้างในเขาไม่ให้ถ่ายรูป (มั้งนะ..) แต่ข้างในก็มีภาพศิลปะของศิลปินชื่อดังในเมืองไทยหลายคน จัดแสดงอยู่ครับ มีหลายชิ้นงานที่น่าสนไม่น้อยทีเดียว
แล้วพบกันใหม่ครับ.. อัพซะยาวเลย อะ โฮ๋ย
น่าสนใจมากๆๆ เป็นสถานที่อีกที่หนึ่งที่คนกรุงเทพไม่สมควรพลาดการเยี่ยมชมเป็นอย่างยิ่งค่ะ ^^