เมื่อวานผมไปที่ร้าน Overtone : Music Cave แถว RCA เพื่อไปดู Workshop และ การแสดงสั้นๆของวง "Jazz Kamikaze"
รู้สึกเขาจะเคยมาเมืองไทยแล้ว ในงาน Bangkok Jazz Festival เมื่อปีก่อน
ชื่อวงก็บ่งบอกแล้วว่าเล่นกันแนว Jazz ซึ่งฝีไม้ลายมือก็ไม่เลวทีเดียว โดยเฉพาะ Saxophone และ กีตาร์ ที่บางเพลงรัวโน้ตกันอย่างเมามัน แต่ยังคงความยอดเยี่ยมของดนตรีสไตล์ Jazz เอาไว้ แถมหน้าตาแต่ละคนก็หล่อเหลาเอาการ ใครบอกว่านี่คือ Boy Band หน้าใหม่ก็คงมีหลายคนเชื่อล่ะนะ
สมาชิกก็ได้แก่ Morten Schantz : เปียโน , คีย์บอร์ด || Marius Neset : Tenor Saxophone || Daniel Davidsen : กีตาร์ || Kristor Brodsgaard : เบส || Anton Eger : กลอง
บรรยากาศในร้านก่อนเริ่มการ Workshop..
กีตาร์ และ อคลูสติกเบส ของวง .. ด้านหลังเบสมีรอยแตกด้วย (แต่ยังพอเล่นใช้ได้) .. มือเบสบอกว่าฝีมือของสายการบิน Air France (โอ๊ะ.. โอ๋..สงสัยพนักงานโยนแรงไปหน่อย เหอะ เหอะ)
มือเบสบอกว่า ปกติเขาชอบดับเบิ้ลเบส (เบสอันโตๆแบบสมัยก่อน) แต่จากการที่ต้องเดินทางไปหลายๆประเทศ ศุลกากรบางที่อาจจะระแวงมากๆ กับกล่องใส่ใบโตๆ เพื่อตัดปัญหานี้ เขาเลยต้องหันมาใช้เบสอคลูสติกนี่แทน
และแล้วทางวงก็เริ่มเล่น.. ลักษณะของ Workshop คือเล่นดนตรีแต่ละเพลงแล้วสลับกับการพูดคุย โดยคนในวงจะมาอธิบายรายละเอียดของแต่ละเพลงคร่าวๆ และเปิดโอกาสให้ซักถามได้
มือกีตาร์เก่งมาก.. โซโลได้เร็วจี๋ .. ถ้าจะเล่นแนวร็อก ก็คงทำได้สบายเลย..
มือ Saxophone หน้าตาหนุ่มเปรี๊ยะ แต่รัวโน้ตได้รวดเร็วไม่แพ้มือกีตาร์ .. คนหนุ่มไฟแรงนี่นะ ..
Workshop กันเสร็จก็ออกมาให้ลายเซ็นกับคนที่ซื้อเสื้อ หรือ CD ..
แน่นอน.. ด้วยความที่ผมนั่งฟังแล้วรู้สึกประทับใจฝีมือของทางวงมาก.. เลยซื้อ CD มา 1 แผ่น เป็นอัลบั้มชุดที่ 2 ของพวกเขาที่ชื่อว่า "Travelling At The Speed Of Sound"
แจกลายเซ็นเสร็จก็กลับมาด้านในอีกครั้ง เหมือนเป็น Mini Concert สั้นๆพอหอมปากหอมคอ.. ก่อนที่จะเล่นกันเต็มๆ วันที่ 28 นี้ 19.00 หน้าเซ็นทรัลเวิร์ลด แน่นอน.. ผมคงไม่พลาดอยู่แล้ว ..
เพลงแรกที่เล่นคือ Smells Like Teen Spirit ของ Nirvana โดยเล่นแบบผสมกลิ่นอาย Jazz และใช้ เปียโน กับ Saxophone บรรเลงแทนส่วนของเสียงร้อง.. ก็ออกมาน่าฟังไปอีกแบบครับ
เพลงที่เหลือทางวงบอกว่าเป็นเพลงใหม่ของพวกเขาที่จะใช้ในอัลบั้มต่อไป.. คราวนี้คนเล่นเปียโนรับหน้าที่เป็นคนร้องนำ แต่ไม่ได้ร้องนำธรรมดาๆครับ เป็นการร้องผสมกับเสียงของคีย์บอร์ด (ใช้ Synthesizer เข้าช่วย) เสียงที่ออกมาก็ฟังดูล่องลอยดี
สาเหตุที่เขาลองทำแบบนี้เพราะว่า อยากจะเข้าถึงแฟนเพลงในวงกว้างยิ่งขึ้น.. ดังนั้นการมีเสียงร้องบ้างอาจจะช่วยให้หลายคนเข้าถึงดนตรีของพวกเขาได้ดี
อยากจะบอกว่าเพลงใหม่นั้น ออกไปทาง Rock ชัดเจนเลยครับ ไม่ใช่ Jazz แบบเดิมๆละ แต่เป็นเพลง Rock ที่เขานำเอาความสามารถจากการเล่นดนตรี Jazz มาใช้ ผลคือดนตรี Rock ที่มีอารมณ์นุ่มลึก และแพรวพราวไม่เบาเลยทีเดียว.. นี่ก็อีกส่วนหนึ่งที่ผมชักจะติดใจวงนี้เสียแล้ว..
เป็นอันจบการ Workshop ในคืนนี้ .. และพบกับพวกเขาอีกครั้งในวันที่ 28 หน้าเซ็นทรัลเวิร์ลด
ปิดท้ายด้วยลายเซ็นที่ทั้ง 5 คนเซ็นให้กับแผ่นพับของ CD ที่ผมซื้อหน้างาน
ดูแล้วพวกเขาเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ฝีมือเก่งกาจมากครับ เขาบอกระหว่าง Workshop ว่ากว่าจะเล่นได้ขนาดนี้ก็ต้อง " Work Hard " กันน่าดู ผมจึงนึกไปถึงบรรดาวงดนตรีรุ่นใหม่ของเมืองไทยเราบ้าง .. ไม่ว่าจะเล่นแนวไหนก็อยากให้ " Work Hard " กันแบบนี้บ้างครับ เพื่อให้ได้มาซึ่งเทคนิคการเล่นที่ดี ไม่ใช่คิดแต่จะเล่นเพลงเรียบๆง่ายๆตามแฟชัน (แล้วเรียกให้โก้เก๋ว่า "เพลงชิลๆ" )
เทคนิคที่ยอดเยี่ยมช่วยให้เราสามารถสร้างสรรค์งานดนตรีที่เหนือชั้น และอาจพาเราไปสู่โลกแห่งดนตรีอีกขั้นหนึ่งอย่างคาดไม่ถึงเลยก็ได้ .. ผมพูดจริงๆนะ
======================================
เอาเพลงของพวกเขามาให้ลองฟัง 1 เพลงครับ .. เขาเล่นเป็นเพลงแรกใน Workshop เลย ชื่อเพลงว่า The Siege เพลงนี้เขาได้รับแรงบันดาลใจจาก ดารานักบู๊.. Steven Seagal .. คิดไปได้
อ้อ เป็นเพลงจากอัลบั้มแรก Mission I ครับผม
ผมลดความละเอียดเพลงลงบ้างจะได้โหลดเร็วขึ้นครับ
วันนี้จะไปดูจ้ะ