Hi Yo กลับสู่ความเป็นจริงต่อ.. หลังช่วงวันแห่งความรักไม่กี่วัน ผมได้ไปเข้าคอร์ส "พื้นฐานการแปล" ที่จัดโดยทาง สนพ. อมรินทรพรินติ้งฯ เนื่องจากเห็นว่าอีกหน่อยคงได้เอาดีทางนี้อีกนานเลยหาหนทางเพิ่มพูนทักษะซะหน่อยดีกว่า
น่าเสียดายว่ากล้องของผมแบตหมด.. เลยไม่ได้ถ่ายบรรยากาศของศูนย์ฝึกของทาง อมรินทร์ฯ เขามาเลย.. แต่ว่าสถานที่ดูโปร่งสบายดีครับ ห้องก็มีขนาดพอดีๆ ที่นี่เขามีคอร์สฝึกอะไรๆหลายอย่างนะ ไม่ว่าจะเป็น.. ฝึกเขียนหนังสือ ฝึกแปลซับไตเติ้ล ฝึกทำอาหารเพื่อสุขภาพ ทัวร์ชีวะจิต ฯลฯ ฯลฯ ก็แล้วแต่ความสนใจของแต่ละคน
คอร์สฝึกทักษะในการแปลมี 2 วันคือ 16-17 ก.พ. ที่ผ่านมาครับ ก็นับว่าได้ความรู้หลายๆอย่างเลยทีเดียว นอกจากนั้นเขาแนะนำกระทั่งวิธีการนำเสนองานไปยัง สนพ. หลายๆแห่ง และยังบอกด้วยความหวังดีว่า งานด้านการแปลดูเหมือนงานอิสระสบายๆ แต่ความจริงไม่ใช่ครับ.. เอาเข้าจริงมันก็คืองานนั่นแหละ ที่ต้องใช้ความตั้งใจ ขยัน และ อดทน ไม่ใช่งานหวังสบายกินๆนอนๆอยู่กับบ้านเสียเมื่อไร
สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้คือศัพท์ของการแปลที่ถูกเรียกว่า การแปลแบบ "นม-เนย" อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่แท้จริงแล้วหมายถึง.. การแปลให้เป็นภาษาไทย แต่.. สำนวนฝรั่งจ๋า.. นั่นเองครับ
ตัวอย่าง 1
She could hold a grunge againt anyone
แปลเป็น "เธอเอาความโกรธแค้นโจมตีใครก็ได้"
(ที่จริงควรแปลทำนองว่า "เธอเป็นคนที่แค้นใครแล้วฝังลึก" .. ไม่ใช่เอาความแค้นไปปาใส่ใคร)
ตัวอย่าง 2
I couldn't agree more
แปลเป็น "ผมเห็นด้วยมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว"
(ที่จริงควรแปลเป็น >> "ผมเห็นด้วยกับคุณเต็มที่เลย")
คือ.. แปลตามศัพท์เป๊ะๆเลย ซึ่งใครอ่านแล้วก็รู้สึกได้ว่า "นี่มันไม่ใช่สำนวนไทยแบบที่ควรเป็นนี่นา" อย่างนี้คือสิ่งที่นักแปลต้องระวังครับ ต้องแปลให้ได้ภาษาที่เข้ากัน แต่คงไว้ซึ่งอารมณ์และสำนวนดั้งเดิมของต้นฉบับด้วย.. การแปลมันจะยากตรงนี้ล่ะโดยเฉพาะพวกนิยาย
นี่ล่ะครับการแปลแบบ "นม-เนย" ที่เขาเรียกกัน.. เขายังสอนอีกว่า.. วิธีที่จะแก้ไขการแปลสำนวนฝรั่งแบบทื่อๆนี่.. ต้องหมั่นอ่านบทความภาษาไทยครับ
จุดนี้ผมเองกลับมองข้ามไป.. คิดแค่ว่าจะทำงานแปลก็ต้องหมั่นอ่านงานแปลเยอะๆ นั่นก็ถูกครึ่งหนึ่งครับ.. แต่ผู้บรรยายย้ำว่า นักแปลที่ดีจะต้องเก่งทั้งสำนวนภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ ครับผม (หรือ แต่ละสำนวนของภาษานั้นๆที่จะแปล) ถึงจะแปลเนื้อความที่เหมาะสมกับผู้อ่านคนไทยได้
นอกจากนี้ก็มีเกร็ดต่างๆมากมายที่มีประโยชน์กับผู้ทำงานแปลครับ นับว่าคุ้มทีเดียวที่ได้เข้าคอร์สอันนี้ ผมก็จะพยายามนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนางานแปลในโอกาสต่อๆไปด้วยครับ
รูปหมู่ตอนจบคอร์สครับ :D ผู้หญิงคนกลางย่อตัว เสื้อสีชมพูอ่อน กางเกงยีนส์.. เห็นแบบนี้แต่เขาคือ 1 ใน บก. ที่ดูแลเรื่องนิยายแปลหลายๆเล่มของ อมรินทร์พรินติ้งฯ เลยทีเดียว O__O ท่าจะเก่งแฮะ.. แน่นอน.. เขาเป็นผู้บรรยาย + ผู้สอนหลักของคอร์สนี้ครับ
ทั้งหมดมีกัน 22 คน.. มีผู้ชายไปเรียน.. 3 คน แฮะๆ .. ผมก็ 1 ใน 3 นั่นแหละครับ *--*''