ในฐานะปุถุชนคนธรรมดา ใครๆก็ต้องเคยทำสิ่งที่ผิดพลาดกันมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะด้วยความพลั้งเผลอ หรือ ตั้งใจ ก็ตามที ความผิดพลาดนั้นถ้าไม่เลวร้ายมากนัก เราก็อาจจะปล่อยวางโดยง่าย และ ให้วันเวลาพัดพาความผิดพลาดนั้นจางหายไปจากใจ
.
.
แต่ถ้าความผิดพลาดนั้น เป็นสิ่งที่เรากระทำกับคนสำคัญที่เรารัก.. เช่น คนในครอบครัว หรือ คนรัก จนเรารู้สึกผิดในภายหลัง คงไม่ง่ายนักที่เราจะปล่อยให้ความผิดพลาดแบบนี้ ผ่านเลยไปจากใจง่ายๆ เพราะ ความรู้สึกผิดนั้นเป็นเหมือนน้ำหนักกดทับความผิดพลาดนั้นเอาไว้ในใจของเรา
.
.
ถึงตรงนี้ เรามักจะคาดหวังถึง "การให้อภัย" จากคู่กรณี (ถ้าความผิดพลาดนั้นของเรามีผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง) เพื่อเป็นการลดน้ำหนักที่กดทับอยู่ในใจของเรา การที่เราได้รับ "การให้อภัย" มากพอ บางทีน้ำหนักของความผิดพลาดนั้นอาจจะเบาลงจน เราสามารถที่จะปล่อยวางและให้มันลอยผ่านออกไปจากใจได้ในที่สุด
้.
.
ในทางศาสนาพุทธ จึงสอนสั่งกันทีเดียวเชียวว่า การให้อภัย ถึงกับเป็น "ทาน" ประเภทหนึ่ง ซึ่งให้ผลดีอย่างใหญ่หลวง
.
.
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า การให้อภัยนั้นมาหลังความผิดพลาดที่เราทำขึ้น ดังนั้นเราควรจะเรียนรู้ความผิดพลาดอันนั้นและพยายามอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก เพราะ การมัวแต่คาดหวังความหวัง "การให้อภัย" ซ้ำๆซากๆเป็นสิ่งที่ไม่ดีเท่าไรนัก
.
.
คนที่เขาให้อภัยเรา ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถทนให้อภัยเราได้กี่ครั้งกี่ครากันเชียว จนเมื่อเขาจากลาหรือละทิ้งเราไป บางทีมันก็สายเกินไปที่จะเรียกร้องอะไรๆทั้งนั้น..
.
.
บางที สิ่งที่เราควรจะได้จากใครบางคนที่เรารักและเอาใจใส่ ไม่ใช่ "การให้อภัย" ที่ตามหลังความผิดพลาดของตัวเราเอง แต่เป็น "การขอบใจหรือขอบคุณ" ในสิ่งดีๆที่เราตั้งใจทำให้พวกเขา
.
.
คงจะดีถ้าเราสามารถทำสิ่งดีๆให้พวกเขาเหล่านี้ได้ เป็นสิ่งแรกๆที่พวกเขาจะได้รับ หรือ อย่างน้อย "สิ่งดีๆ" เหล่านั้นก็เป็นของตอบแทนจาก "การให้อภัย" ของพวกเขาที่มีให้แก่เรา
.
.
ท้ายที่สุดแล้ว "การให้อภัย" ก็คือการให้โอกาสใครบางคน ได้แก้ตัว และ แก้ไข ในสิ่งผิดพลาดที่เขาได้ทำ ให้โอกาสเพื่อพิสูจน์ว่าคนๆนั้น จะทำสิ่งที่ดีกลับคืนมาสู่คนที่มอบการให้อภัยแก่พวกเขา..
.
.

.
เมื่อเราได้รับการให้อภัย.... และ เข้าใจ ผ่างงงงง~ (ภาพไม่เกี่ยวเล้ย..)
==========================================
รู้สึกว่า Blog ชักดองๆ =w=" ไม่รู้ทำอะไรเลยอัพตามความคิด ซึ่งอ่านๆแล้ว ก็อาจจะไม่ใช่อะไรลึกซึ้งมากมาย แบบว่าใครๆก็รู้กันดีอยู่แล้วล่ะเนอะ..
.
พอดีได้ไปดูหนัง Spiderman 3 มา ก็รู้สึกสะกิดใจบ้างเหมือนกัน.. อาจจะเพราะ ตัวหนังดูจะเน้นเรื่องความผิดพลาดของแต่ละคร และลงท้ายด้วยการให้อภัย.. เพื่อชีวิตที่กว่า (มั้ง..)
.
มีประโยคนึงในหนัง.. ผมจำไม่ได้ว่าตัวละครไหนเป็นคนพูด.. แต่พูดประมาณว่า "เขาไม่ได้คาดหวังการให้อภัย.. แต่สิ่งที่เขาหวังคือการเข้าใจ"
.
นั่นสินะ.. กับใครคนนั้นเขาอาจจะให้อภัยผมได้.. แต่คงจะดีไม่น้อย ถ้าเขามี "ความเข้าใจ" มาด้วยกัน (แม้มันจะไม่ง่ายนักก็ตาม เพราะ ใครจะสามารถเข้าใจจิตใจของคนอื่นๆได้หมดล่ะเนอะ)
.
แต่แน่นอนล่ะนะ อย่างที่ผมว่าแหละ แม้จะได้รับการให้อภัย.. ใจของผมก็ยังอยากที่จะทำสิ่งดีๆให้เขาเป็นการตอบแทนในสักวันหนึ่ง ให้เขาได้รู้ว่าเขายังมีความหมายกับผมเสมอ
.
... คุณแม่ คนในครอบครัว เพื่อนๆที่ช่วยเหลือกันมาในหลายๆเรื่อง หรือ จะอดีตคนรักของผมก็ตาม นั่นล่ะที่ผมหมายความถึง : )
.
.

.
.
แต่ถ้าความผิดพลาดนั้น เป็นสิ่งที่เรากระทำกับคนสำคัญที่เรารัก.. เช่น คนในครอบครัว หรือ คนรัก จนเรารู้สึกผิดในภายหลัง คงไม่ง่ายนักที่เราจะปล่อยให้ความผิดพลาดแบบนี้ ผ่านเลยไปจากใจง่ายๆ เพราะ ความรู้สึกผิดนั้นเป็นเหมือนน้ำหนักกดทับความผิดพลาดนั้นเอาไว้ในใจของเรา
.
.
ถึงตรงนี้ เรามักจะคาดหวังถึง "การให้อภัย" จากคู่กรณี (ถ้าความผิดพลาดนั้นของเรามีผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง) เพื่อเป็นการลดน้ำหนักที่กดทับอยู่ในใจของเรา การที่เราได้รับ "การให้อภัย" มากพอ บางทีน้ำหนักของความผิดพลาดนั้นอาจจะเบาลงจน เราสามารถที่จะปล่อยวางและให้มันลอยผ่านออกไปจากใจได้ในที่สุด
้.
.
ในทางศาสนาพุทธ จึงสอนสั่งกันทีเดียวเชียวว่า การให้อภัย ถึงกับเป็น "ทาน" ประเภทหนึ่ง ซึ่งให้ผลดีอย่างใหญ่หลวง
.
.
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า การให้อภัยนั้นมาหลังความผิดพลาดที่เราทำขึ้น ดังนั้นเราควรจะเรียนรู้ความผิดพลาดอันนั้นและพยายามอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก เพราะ การมัวแต่คาดหวังความหวัง "การให้อภัย" ซ้ำๆซากๆเป็นสิ่งที่ไม่ดีเท่าไรนัก
.
.
คนที่เขาให้อภัยเรา ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถทนให้อภัยเราได้กี่ครั้งกี่ครากันเชียว จนเมื่อเขาจากลาหรือละทิ้งเราไป บางทีมันก็สายเกินไปที่จะเรียกร้องอะไรๆทั้งนั้น..
.
.
บางที สิ่งที่เราควรจะได้จากใครบางคนที่เรารักและเอาใจใส่ ไม่ใช่ "การให้อภัย" ที่ตามหลังความผิดพลาดของตัวเราเอง แต่เป็น "การขอบใจหรือขอบคุณ" ในสิ่งดีๆที่เราตั้งใจทำให้พวกเขา
.
.
คงจะดีถ้าเราสามารถทำสิ่งดีๆให้พวกเขาเหล่านี้ได้ เป็นสิ่งแรกๆที่พวกเขาจะได้รับ หรือ อย่างน้อย "สิ่งดีๆ" เหล่านั้นก็เป็นของตอบแทนจาก "การให้อภัย" ของพวกเขาที่มีให้แก่เรา
.
.
ท้ายที่สุดแล้ว "การให้อภัย" ก็คือการให้โอกาสใครบางคน ได้แก้ตัว และ แก้ไข ในสิ่งผิดพลาดที่เขาได้ทำ ให้โอกาสเพื่อพิสูจน์ว่าคนๆนั้น จะทำสิ่งที่ดีกลับคืนมาสู่คนที่มอบการให้อภัยแก่พวกเขา..
.
.

.
เมื่อเราได้รับการให้อภัย.... และ เข้าใจ ผ่างงงงง~ (ภาพไม่เกี่ยวเล้ย..)
==========================================
รู้สึกว่า Blog ชักดองๆ =w=" ไม่รู้ทำอะไรเลยอัพตามความคิด ซึ่งอ่านๆแล้ว ก็อาจจะไม่ใช่อะไรลึกซึ้งมากมาย แบบว่าใครๆก็รู้กันดีอยู่แล้วล่ะเนอะ..
.
พอดีได้ไปดูหนัง Spiderman 3 มา ก็รู้สึกสะกิดใจบ้างเหมือนกัน.. อาจจะเพราะ ตัวหนังดูจะเน้นเรื่องความผิดพลาดของแต่ละคร และลงท้ายด้วยการให้อภัย.. เพื่อชีวิตที่กว่า (มั้ง..)
.
มีประโยคนึงในหนัง.. ผมจำไม่ได้ว่าตัวละครไหนเป็นคนพูด.. แต่พูดประมาณว่า "เขาไม่ได้คาดหวังการให้อภัย.. แต่สิ่งที่เขาหวังคือการเข้าใจ"
.
นั่นสินะ.. กับใครคนนั้นเขาอาจจะให้อภัยผมได้.. แต่คงจะดีไม่น้อย ถ้าเขามี "ความเข้าใจ" มาด้วยกัน (แม้มันจะไม่ง่ายนักก็ตาม เพราะ ใครจะสามารถเข้าใจจิตใจของคนอื่นๆได้หมดล่ะเนอะ)
.
แต่แน่นอนล่ะนะ อย่างที่ผมว่าแหละ แม้จะได้รับการให้อภัย.. ใจของผมก็ยังอยากที่จะทำสิ่งดีๆให้เขาเป็นการตอบแทนในสักวันหนึ่ง ให้เขาได้รู้ว่าเขายังมีความหมายกับผมเสมอ
.
... คุณแม่ คนในครอบครัว เพื่อนๆที่ช่วยเหลือกันมาในหลายๆเรื่อง หรือ จะอดีตคนรักของผมก็ตาม นั่นล่ะที่ผมหมายความถึง : )
.
.
